Singapore 2010 - Summer Youth Olympic Games

1st Youth Olympic Games ever

10_YOG_logo_360


                       ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของนักกีฬายูธโอลิมปิกทีมชาติไทย ในการแข่งขันที่จบลง  นับว่าได้รับความสำเร็จมากกว่าที่คณะกรรมการเจ้าหน้าที่ได้ตั้งความหวังไว้ก่อนการแข่งขัน 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 6  เหรียญทองแดง  เมื่อการแข่งขันจบลง ผลปรากฏว่านักกีฬาทีมชาติไทยได้รับรางวัล ดังนี้

                       4 เหรียญทอง จาก 

                               1. วรวงษ์ พงษ์พานิช    (16 ปี)          เทควันโด   รุ่น 49 กก. หญิง

                               2.  ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย (18 ปี)          แบตมินตัน หญิงเดี่ยว

                               3.  พิสิษฐ์ พูดฉลาด  (18 ปี)              แบตมินตัน ชายเดี่ยว

                               4.  ศิริพร แก้วดวงงาม  (16 ปี)           วินด์เซิร์ฟ หญิง

100729185

                     3 เหรียญเงิน จาก

                             1.  สิริวิมล ประมงคล  (16 ปี )            ยกน้ำหนัก รุ่น 48 กก. หญิง

                             2.  จตุภูมิ ชินวงค์  (18 ปี)                   ยกน้ำหนัก รุ่นมากกว่า 77 กก. ชาย

                            3.  ชิดชนก พูลทรัพยฺสกุล  (18 ปี)       ยกน้ำหนัก รุ่นมากกว่า 63 กก. หญิง   (อ่านต่อคลิ๊ก read more...)


                   หลักเกณฑ์การให้เงินรางวัลของกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติในการแข่งขันยูธโอลิมปิกที่ตั้งไว้ ประกอบด้วย

                           เหรียญทอง       500,000 บาท  และเงินสวัสดิการเดือนละ      8,000 บาท    จนถึงอายุ 35 ปี

                           เหรียญเงิน         300,000 บาท  และเงินสวัสดิการเดือนละ      5,000 บาท     จนถึงอายุ 35 ปี

                          เหรียญทองแดง  200,000 บาท และเงินสวัสดิการเดือนละ       3,000 บาท     จนถึงอายุ 35 ปี

630

                      สำหรับผู้ฝึกสอนจะได้รับเงินรางวัล 20 เปอร์เซ็นต์ และสมาคมได้รับ 30 เปอร์เซนต์ ของนักกีฬาที่ได้รับ รวมเป็นเงินที่กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติต้องอัดฉีดให้กับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ในยูธโอลิมปิกเกมส์ รวมทั้งสิ้น 14,562,000 บาท

                 สำหรับนักกีฬาเหรียญทอง ทางกองทุนฯยังมีโครงการสนับสนุนให้เรียนจนจบขั้นปริญญาเอกอีกด้วย  นับว่าเป็นสิ่งที่น่านับถือเป็นอย่างยิ่ง

                     ประเทศจีน ครองความเป็นเลิศในรางวัลเหรียญทอง 36  เงิน 16 และทองแดง 5  และได้รับให้เป็นเจ้าภาพในการแข่งขันยูธโอลิมปิก ครั้งที่ 2 ที่เมืองนานจิง ในปี 2014 (พศ. 2557)

                  หลายท่านที่ไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทย คงไม่ทราบว่าการแข่งขัน ยูธโอลิมปิก ครั้งที่ 1 ได้จบลงแล้ว โดยสิงค์โปร์ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันขึ้นในระหว่างวันที่ 14 – 26 สิงหาคม 2553 (คศ.2010)

304

                         บทความนี้อาจจะเป็นข้อมูลให้กับผู้ที่สนใจ และเก็บไว้เป็นหลักฐานในอนาคต  ความเป็นมาของ ยูธโอลิมปิกเกมส์ เช่นเดียวกับประวัติการแข่งขันของกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน (Summer Olympics) และฤดูหนาว (Winter Olympics) แม้ว่าการแข่งขันในครั้งนี้ยังไม่สู้จะเป็นที่สนใจของคนในโลกโดยทั่วไปมากนัก แต่คาดว่าในอนาคตคงจะแพร่หลายมากขึ้น หากการแข่งขันสามารถรักษาระดับมาตราฐานตามจุดประสงค์ที่ได้ริเริ่มไว้

                     ย้อนกลับไปในปี คศ. 2006-2007  คณะโอลิมปิกสากล (IOC) มีความประสงค์ที่จะให้เยาวชนของโลก มีโอกาสเข้าร่วมในกีฬาโอลิมปิกตั้งแต่เยาว์วัย รู้จักซาบซึ้ง เข้าใจกับขบวนการและคุณค่าของกีฬาโอลิมปิก   จากการที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมรับผิดชอบในสังคม การเรียนรู้ การรักษาสวัสดิการด้านสุขภาพ และการพัฒนาชีวิตกับอาชีพสำหรับตนเองในอนาคต

631

                           เริ่มต้นในเดือนสิงหาคม 2007 มี 9 ชาติ เสนอการเป็นเจ้าภาพในครั้งที่ 1 ที่กำหนดจะมีขึ้นในปี 2010 และต่อมา ในเดือนพฤศจิกายน  2007 ได้ตัดลงเหลือ 5 ประเทศ ประกอบด้วย  ประเทศไทย, สิงค์โปร์, มอสโคว, ทูลิน(อิตาลี), และ เอเธนทร์    ในครั้งนั้นมีหลายคนได้ให้ความคิดว่า ประเทศไทยเป็นตัวเก็งที่จะได้รับการคัดเลือก เพราะความสามารถจัดการแข่งขันมหาวิทยาลัยโลกฤดูร้อนในปี 2007  ที่กรุงเทพฯได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์  ซีเกมส์  และ อื่นๆ อีกมาก  และคิดว่ายูธโอลิมปิกเกมส์มีโอกาสที่จะเริ่มต้นในแถบทวีปอาเซีย  ซึ่งมีประเทศไทย และสิงค์โปร์ รวมอยู่ด้วย    มีหลายท่านที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาได้ให้ความเห็นว่า สิงค์โปร์ คงไม่มีโอกาสที่จะได้รับการคัดเลือกเพราะไม่เคยปรากฏว่ามีการจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลกมาก่อน แม้แต่การแข่งขันซีเกมส์ ก็ยังไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ตามลำดับที่จะต้องเป็นเจ้าภาพ  และแล้วในเดือนมกราคม 2008  IOC ได้ประกาศ 2 ชาติสุดท้าย คือ มอสโคว (รัสเซีย) และ สิงค์โปร์ ที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันครั้งที่ 1   

294        

             เหตุที่กรุงเทพมหานครไม่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน 2 ชาติสุดท้าย จากบันทึกของ IOC อันเนื่องมาจากกรุงเทพฯ มีปัญหาการจราจรติดขัด รวมทั้งภาวะทางเศรษฐกิจของไทย   Low budget (ยื่นข้อเสนอจำนวน 34 ล้านเหรียญอเมริกัน) สนามกีฬาที่ใช้ในการแข่งขันอยู่ห่างจากกันซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางนานกว่าที่ IOC กำหนด และที่สำคัญเกี่ยวกับการเมืองของไทยไม่อยู่ในความแน่นอน อยู่ในระหว่างการเลือกตั้ง ขาดการสนับสนุนค้ำประกันจากรัฐบาลในช่วงเวลานั้น อันเป็นเหตุผลที่ประเทศไทยขาดความเชื่อมั่นจาก IOC และผ่านไปให้กับสิงค์โปร์ เข้าอยู่ในรอบสุดท้าย กับมอสโคว (รัสเซีย) ซึ่งเป็นชาติที่มีคะแนนวัดผลสูงสุดจาก IOC  ในระหว่าง 5 ชาติสุดท้ายด้วยกัน

             ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2008  สิงค์โปร์ ได้รับการโหวตจาก  IOC member ให้เป็นเจ้าภาพในการแข่งขัน ยูธโอลิมปิกเกมส์ครั้งที่ 1

Singapore 2010 – First Youth Olympic Games (ever)

(14-26 August, 2010)

              จำนวนนักกีฬา 3531 คน จาก 205 ชาติ  (204 NOC) เข้าร่วมการแข่งขันรวม 184 เหรียญทองจากกีฬา 26 ประเภท ที่ใช้แข่งขันในกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน  โดยมุ่งหวังความสมดุลย์ของ 3 หลักการ ประกอบด้วย กีฬา วัฒนธรรม และ การศึกษา จะเห็นได้ว่า ชาติต่างๆที่เข้าร่วมจะมุ่งหวังถึงความสามัคคีของเยาวชนมากกว่าการเอาชนะทางการกีฬาเพียงอย่างเดียว  ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ของการริเริ่ม    กีฬาหลายประเภทได้เปลี่ยน ตั้งกติกาขึ้นสำหรับการแข่งขันนี้โดยเฉพาะ เป็นต้นว่า บาสเก็ตบอล (3-on-3 Half Court), ทีมผสม ชาย-หญิง ในนามของแต่ละทวีป เข้าแข่งขันกีฬา 4-mixed Triathlon เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง จำนวน 98 ชาติ ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขัน ซึ่งไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในกีฬาโอลิมปิกที่ผ่านมา

               แม้ว่าทาง IOC ระบุให้นักกีฬาที่มีอายุระหว่าง 14 – 18 ปี มีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันก็ตาม แต่กีฬาแต่ละประเภทยังกำหนดผู้ที่จะเข้าแข่งขันจะต้องเกิดระหว่างวันที่ที่ตั้งไว้ เป็นต้นว่า ฟุตบอล (เกิดระหว่างวันที่ 1 มค.1995- 31 ธค.1995),   แบตมินตัน (ระหว่าง 1 มค.1992-31 ธค.1993), เทควันโด (ระหว่าง 1 มค.1993-31 ธค.1994) นักกีฬาที่ลงแข่งขันก็อยู่ในอายุไร่เรี่ยกัน

295

                 นักกีฬาจากประเทศไทยได้รับสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 35 คน  ได้รับ 4 เหรียญทอง และ 3 เหรียญเงิน  มากเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้  นับอยู่ในอันดับที่ 14 จาก 205 ชาติ ที่เข้าร่วม (จากการนับเหรียญรวม)  นับเป็นที่ 4 ในกลุ่มเอเซีย  และเป็นที่ 1 ในกลุ่มเอเชียน  นับได้ว่าเป็นความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมทีเดียว  จากการต้อนรับของรัฐบาลไทย  กกท. สมาคมกีฬา  หน่วยงาน ห้างร้าน และเงินอัดฉีดที่ตั้งไว้ ก็นับว่าเป็นโอกาสดีสำหรับนักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัล มีโอกาสฝากอนาคตไว้กับกีฬาที่ตนถนัด  และเป็นการกระตุ้นให้เยาวชนของชาติหันมาสนใจที่จะได้มีโอกาสรับใช้ประเทศชาติในด้านกีฬาในอนาคต          

                สิ่งที่จะต้องจารึกไว้ก็คือ นักกีฬาหญิงของทีมชาติญี่ปุ่น  Yuka SATO (18 yrs.) เป็นนักกีฬาคนแรกที่ได้รับเหรียญทองในการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ จากการแข่งขัน Triathlon IOC ได้คัดเลือกประเทศที่จะได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 2 ซึ่งจะมีขึ้นที่เมืองนานจิง ประเทศจีน ในปี 2014 เป็นที่น่าสังเกตุว่า ประเทศเจ้าภาพจัดการแข่งขันอยู่ในเขตทวีปเอเซียด้วยกัน และเป็นที่คาดหมายว่ายูธโอลิมปิกเกมส์ คงจะไม่กลับมาในเขตนี้อีกไม่น้อยกว่า 20 ปี อย่างไรก็ตาม จากผลสำเร็จในการแข่งขันที่สิงค์โปร์ที่จบลง มีหลายชาติเริ่มมาสนใจต้องการรับเป็นเจ้าภาพ ในการแข่งขัน ครั้งที่ 3 ในปี 2018 ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยรวมอยู่ด้วย ก็ต้องติดตามต่อไปว่าผลจะเป็นอย่างไร 

              เมื่อมียูธโอลิมปิกฤดูร้อนเริ่มขึ้น  ก็เป็นของแน่ว่า ยูธโอลิมปิกฤดูหนาว ครั้งที่ 1 จะมีขึ้นเช่นกัน ในปี 2012 ที่เมือง Innsbruck, Austria

352


          บทสรุป

         ขอแสดงความยินดีกับนักกีฬาทุกคนที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 1  โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่ไม่ได้รับเงินอัดฉีด แต่ก็ขอให้ท่านได้ภาคภูมิใจกับความมานะ พยายาม  และได้มีชื่ออยู่ในทำเนียบ “นักกีฬาโอลิมปิกชาติไทย” เป็นโอกาสอันดีงามที่ท่านทั้งหลายจะได้ฝึกฝนเพื่อที่จะได้รับการคัดเลือก อยู่ในทีมชาติไทยในกีฬาซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ ในวันข้างหน้า   นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีของทุกท่านที่จะได้ก้าวต่อไป   โครงการสนับสนุนการกีฬาไทยเรามีมากมาย ดีกว่าในสมัยก่อนทุกด้าน  นับตั้งแต่มีสนามกีฬามาตราฐาน  มี ผู้ฝึกสอนจากต่างชาติ   เบี้ยเลี้ยงในการเก็บตัวและแข่งขัน  ซึ่งบางคนอาจจำได้ว่า ในระยะเวลาที่ผมมีโอกาสร่วมอยู่ในทีมชาติไทย  อัตราเบี้ยเลี้ยงที่จ่ายให้กับนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันนอกประเทศ ในอัตรา 40 บาท ต่อวัน ไม่มีเงินอัดฉีดจากเหรียญรางวัลแต่อย่างใด  แต่เชื่อว่าทุกท่านในอดีตที่ได้มีโอกาสสวมเสื้อที่มีธงชาติไทยที่หน้าอกลงแข่งขัน ต่างก็มีความทรงจำกับความพยายาม มานะบากบั่น ต่อสู้ชีวิตในหน้าที่การงานหลักที่ต้องทำ   การศึกษาเล่าเรียนเพื่อการดำรงค์ชีพในอนาคต เพราะการกีฬาในช่วงเวลานั้นไม่เพียงพอต่อการครองชีพ  ต้องปลีกเวลามาทำการฝึกซ้อมเพื่อที่จะได้รับการคัดเลือกได้อยู่ในทีมชาติไทย  ซึ่งนับว่าพวกท่านทั้งหลายช่างโชคดีที่มีความสามารถในการกีฬาในปัจจุบัน แต่อย่าลืมว่าการศึกษาในระดับสูงย่อมช่วยให้ท่านประสบกับความสำเร็จได้มากขึ้น 

         ที่สังเกตุจากการเข้าร่วมกีฬาโอลิมปิกสากลทั่วไป  นักกีฬาที่ตกรอบส่วนใหญ่จะต้องหอบเข้าของเดินทางกลับประเทศชาติ เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่มีโอกาสได้ร่วมในพิธีปิดการแข่งขัน และไม่แน่ว่าจะได้มีโอกาสเช่นนี้อีกหรือไม่ในชาตินี้  นับว่าต้องผิดหวังกับประสพการที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิต  สำหรับนักกีฬาที่เข้าร่วมยูธโอลิมปิกเกมส์ หลังจากหมดการแข่งขัน ยังมีกิจกรรมหลายอย่างทางด้านวัฒนธรรม และการศึกษา มีโอกาสอยู่ร่วมจนถึงวันสุดท้าย และได้เข้าร่วมในพิธีปิดการแข่งขัน  คิดว่าทุกท่านคงซาบซึ้งกับบุญวาสนาและการแสวงหาที่ท่านได้ต่อสู้มาจนถึงจุดนี้ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถซื้อ-ขายกับโอกาสที่ท่านได้รับในช่วงชีวิต คิดว่าเป็นสิ่งที่ติดตาติดใจ อยู่ในความทรงจำของทุกท่านนานแสนนานตลอดไป และคิดว่าทุกท่านจะต้องมุ่งหวัง รักษาระดับมาตราฐานที่จะได้มีโอกาสเข้าร่วมในพิธีเปิด-ปิดกีฬาโอลิมปิกสากลอีกในอนาคต


ด้วยความปรารถนาดี

จาก

ยงยุทธ





  • sapparos.com

Design by Za studio
Joomla templates by Joomlashine