นวนิยายออนไลน์

เรื่องใสๆของวัยละอ่อน

“ถึง..นายก้อนอิฐข้างบ้าน”

to_block

โดย “ริ้วปลายเทียน”

  ตอนที่ ๕... 

cats_1“แว๊ก..อะไรนะนายก้อนอิฐ หูฉันฟั่นเฟือนไปหรือเปล่านี่ นายชวนฉันไปเที่ยวผับ” 

เสียงแหวดังลั่นผ่านสายโทรศัพท์ทำให้อิฐต้องยกโทรศัพท์ออกห่างจากหูทั้ง ๆ ที่รอยยิ้มขำขันระบายไปทั่วหน้า

 

“โอ๊ยโย่..คุณหนูไก่แก้วคร๊าบ ทำเสียงยังกับตกถังส้วม..ตกใจหรือดีใจที่มีคนชวนไปเที่ยวกันนี่”

“นายก้อนอิฐ นายจะมาเล่นตลกล้ออะไรฉันนี่ เธอก็รู้อยู่ฉันไม่ชอบนาย นายไม่ชอบฉัน”

“ไม่ได้ล้อนะ ผมชวนคุณจริงๆ ไปร่วมฉลองให้ข่าวดีของผมหน่อยนะหนูไก่..”

ทางโน้นเงียบไปนิดอิฐรู้หรอกว่าเจ้าหล่อนเป็นคนชอบสอดรู้สอดเห็น แค่หยอดคำว่าข่าวดีเข้าไปนิด มีหรือยัยตัวดีจะไม่อยากรู้

“ข่าวดีอะไร”

นั่นไง หล่อนหลวมตัวหลุดเข้ามาในโพรงที่เขาล่อให้แล้ว อิฐยิ่งคิดก็ยิ่งสนุก รับรองวันนี้เขาต้องได้คำตอบเยสจากหล่อนแน่นอน

“ก็ข่าวที่ผมเข้ามหาวิทยาลัยทอปสุดยอดของประเทศไทยได้ยังไง นี่ผมชวนคุณก่อนเลยนะ คุณไก่แก้ว”

ทางโน้นเงียบไปนิดหนึ่งอีกครั้งก่อนที่จะกรอกเสียงเบาๆมาว่า

“ดีใจด้วย มหาวิทยาลัยไหนเหรอ”

อิฐบอกชื่อมหาวิทยาลัยแล้วย้อนถามเธอกลับว่า

“แล้วกุ้งนางล่ะ เขารู้หรือยังว่าเข้ามหาวิทยาลัยไหนได้”

“ฉันยังไม่ได้ข่าว ทำไมนายไม่ไปถามพี่ฉันเองล่ะ เป็นเพื่อนสนิทกันไม่ใช่หรือ อ้อ..แล้วทำไมไม่ชวนพี่ฉันไปมาชวนฉันทำไม ตลกฝืดไปหน่อยนะ”

“ตลกฝืดยังไง ผมชวนจริงๆ คืออย่างนี้ บอกตรงๆ ผมมันคนมีเพื่อนสาวแยะ ถ้าผมชวนใครคนใดไปงานนี้คนอื่นก็จะน้อยใจ แต่ถ้าผมชวนคุณไป ไม่มีใครคิดมากไงล่ะ”

“หมายความว่าไงนายก้อนอิฐ”  น้ำเสียงของนุชชาพรแสดงความสงสัยจริงๆ

“คืออย่างนี้นะ ผมไม่ต้องการให้งานนี้เป็นการโชว์แฟนแท้แฟนจริงอะไรเลย แต่ต้องการคนที่เขาจะยินดีกับผมด้วยใจจริง ผมสังเกตุดูแล้วว่าไม่มีใครเอาใจใส่ผมจริงจังและจริงใจเท่าคุณเลย คุณไก่แก้ว”

อิฐรู้ตัวว่าคำอธิบายของเขาไม่เข้าท่าที่สุด มันจะเข้าท่าได้ไงในเมื่อจริงๆแล้วเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงอยากชวนนุชชาพรไปในครั้งนี้

“เหตุผลนายนี่มันฟังดูแปร่งมากเลย ฉันว่านายมีแผนอะไรจะแกล้งฉันมากกว่า อีกอย่างไม่มีวันที่ฉันจะไปกับนายหรอก โดยเฉพาะผับแผลบอะไรนี่ เกิดมาฉันก็ไม่เคยไป ไม่คิดจะไปด้วย”

ที่จริงแล้วอิฐไม่ได้จริงจังกับการชวนครั้งนี้นัก เขาแค่นึกถึงเธอทั้งๆที่รู้ดีว่าไม่มีวันที่เธอจะออกไปไหนกับเขาด้วย ก็เรามันศัตรูคู่แก้แค้นกัน เธอออกไปเที่ยวกับเขาก็บ้าแล้ว แต่เมื่อโดนปฏิเสธเข้าจริงๆอิฐกลับรู้สึกไม่พอใจ หล่อนเป็นใคร ไม่ใช่สาวในสายตาเขาเลยแต่บังอาจปฏิเสธหนุ่มหล่อพ่อรวยอย่างเขา ไม่มีทาง เขาจะต้องเอาชนะหล่อนให้ได้ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องด้วยกล เขาจะต้องสุขุมรอบคอบกว่านี้ เดี๋ยว..ขอคิดก่อน..ว่าแล้วเขาก็ทำเสียงอ่อนๆพูดลงไปในโทรศัพท์ว่า

“ฉันให้เวลาเธอไปคิดชั่วโมงหนึ่ง ฉันจะโทรกลับมา”

“หนอย..มากะเกณฑ์ให้เวลาฉันเหรอ จะบอกให้ อย่าเสียเวลาโทรเลยฉันไม่รับสายนายอีกแล้ว”

และนั่นก็เป็นอันจบการสนทนาเพราะว่าคู่สายของอิฐได้วางหูโทรศัพท์ไปหลังจากคำว่าไม่รับสายอีกแล้ว อิฐเริ่มเดือดปุดๆทั้งๆที่ครั้งแรกเขาไม่ได้จริงจังนักกับการชวนนุชชาพรไปเที่ยวครั้งนี้ ท้าทาย..ท้าทาย..โจทย์ยากๆกว่านี้เขายังแก้ได้ กะอีแค่พาผู้หญิงที่แสนจะไม่มี่เสน่ห์คนนี้ออกไปเที่ยว ถ้าทำไม่ได้นายอิฐคนนี้คงหมดความมั่นใจแน่นอน

อีกชั่วโมงเขาจะต้องหากลยุทธมาทำให้หล่อนไปเที่ยวกับเขาในตอนเย็นวันนี้ให้ได้ ดังนั้นเมื่อนางล้อมแม่ครัวเข้ามาเก็บอาหารกลางวันที่อิฐกินเสร็จแล้วที่โต๊ะอาหารนางจึงได้เห็นภาพอิฐไปยืนอยู่ข้างหน้าต่างโดยมีกล้องส่องทางไกลเล็กๆส่องไปยังหน้าบ้าน ขณะที่นางยกชามเพื่อนำกลับไปครัวอย่างเงียบๆก็กลับมีอันสะดุ้งเมื่อได้ยินคำถามจากอิฐว่า

“ป้าล้อม ป้าเคยไปคุยกับใครบ้านตรงข้ามกับเราบ้างไหม”


“อุ๊ย ไม่เคยหรอกค่าคุณอิฐ บ้านนั้นเขาไม่เคยออกมายุ่งกับใคร ขนาดนังเพียรยังโดนเขาไล่ออกมา จำได้ไหมละคะ”

อิฐพยักหน้า “จำได้ แต่ฉันว่ามันแปลกๆอยู่นะอย่างไรก็ไม่รู้ ถามจริงๆเถอะเวลาป้าออกไปตลาดไม่เคยมองไปเห็นอะไรผิดสังเกตุบ้านนั้นบ้างเลยหรือ”

“ก็เคยเห็นค่ะคุณ เวลามอไซด์มาส่งมันยังพูดกันเลยว่า บ้านนั้นน่ากลัวนะดูทึมๆชอบกล มันบอกกลางคืนดึกๆเคยมีคนท่าทางน่ากลัวจ้างให้มาส่งหลายครั้ง”

อิฐขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้ซักต่อแม่ครัวก็เลยเดินออกไปพร้อมกับจานชาม อิฐใช้เวลาส่องกล้องอยู่สักครู่เขาก็กลับเข้าไปนั่งคิดอะไรต่อ จนเผลอหลับไป และเมื่อเขาตื่นมาอีกทีก็เกือบบ่ายสี่โมงเย็น

เขาพยายามต่อโทรศัพท์ไปถึงนุชชาพรสองครั้งสองคราแต่ก็ไม่มีคนรับสาย แน่นอนเจ้าหล่อนหลบเขา..นึกหรือว่าจะหลบพ้น..

cats_2


กระดึ่งหน้าบ้านที่รัวถี่ๆอย่างกับว่าผู้กดมีธุระด่วน ทำให้เด็กสาวที่กำลังหั่นผักเพื่อเตรียมทำอาหารเย็นอยู่นั้นรีบวางมีดและล้างมือก่อนที่จะรีบไปเลิกผ้าม่านห้องด้านหน้าเพื่อดูว่าเป็นใคร ครั้นเห็นคนที่ยืนอยู่เป็นผู้ชายสวมหมวกใบลานปิดหน้าไว้ นุชชาพรก็ชักใจไม่ดีเพราะว่าแถวนี้เพิ่งจะมีเรื่องวุ่นๆผ่านไป ใครก็ไม่รู้มาเรียก ดูซิพี่กุ้งนางกับคุณพ่อก็ไม่อยู่บ้าน คนที่ยืนอยู่หน้าบ้านก็ท่าทางไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย เด็กสาวยืนนิ่งขึงไม่กล้าออกไปนอกบ้าน ไม่เพียงแต่จะไม่กล้าออกไปเธอยังไปลงกลอนประตูที่จะเข้ามาในตัวเรือนอย่างแน่นหนา แล้วรีบกลับมายืนอยู่ในห้องครัวด้วยความรู้สึกหวาดๆ

ไม่ถึงสิบนาทีก็มีเสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้น เด็กสาวถลาไปรับทันที หวังใจว่าคงจะเป็นคุณพ่อหรือพี่กุ้งนาง เธอลืมไปสนิทว่าบ่ายนี้จะไม่รับโทรศัพท์เพราะว่านายข้างบ้านบอกจะโทรกลับมา และเมื่อเธอกรอกคำว่าฮัลโหลลงไปในโทรศัพท์เธอก็ได้ยินเสียงผู้หญิงพูดว่า

“คุณไก่แก้วคะ ป้าล้อมนะคะ.อย่าเปิดประตูหน้าบ้านนะคะ”

“อุ๊ย..ป้าล้อม..ป้ารู้ด้วยหรือจ้ะว่ามีคนมาอยู่หน้าประตูบ้านหนู” นุชชาพรทั้งสงสัยทั้งดีใจที่รู้ว่าอย่างน้อยก็มีคนข้างบ้านรู้เห็นการปรากฏร่างของคนแปลกหน้า

“ค่ะ..คุณอิฐเธอให้ป้าโทรมา เธอบอกเห็นมีคนท่าทางไม่น่าไว้ใจมายืนอยู่หน้าบ้านคุณ คุณหนูไก่แก้วอยู่บ้านคนเดียวละซิคะ”

“ค่ะ ป้า พี่กุ้งนางคงจะกลับดึก เขาไปเที่ยวกับเพื่อน คุณพ่อก็คงกลับค่ำๆเหมือนกัน เอ๊ะ..แล้วคุณ เอ้อ..คุณอิฐ เขารู้ได้ไงหรือคะ”

“อู๊ย..ตั้งแต่ตำรวจมาคุยด้วย คุณอิฐแกเอาใจใส่ดูแลบริเวณบ้านตลอดล่ะค่ะคุณหนู วันนี้ทั้งวันป้าเห็นแกเอาแต่กล้องส่องทางไกลมองไปบ้านตรงข้ามบ่อยๆ”

ช่วงที่นุชชาพรกำลังฟังแม่ครัวข้างบ้านบรรยายอยู่ดีๆเสียงของป้าล้อมกลับเปลี่ยนไปกลายเป็นเสียงแซกขึ้นมาว่า

“สวัสดีคร๊าบหนูไก่แก้วแวววาว..ผมมีเรื่องจะปรึกษาด้วย

“นาย..” นุชชาพรถึงกับพูดไม่ออกจะวางหูก็กลัวๆเรื่องที่มีคนแปลกหน้ามาอยู่หน้าบ้าน

“ปรึกษาอะไร เรื่องที่ชวนฉันไปน่ะ อย่าหวังเลยว่าฉันจะไปด้วย”

“เปล๊า ..ไอ้เรื่องชวนน่ะเหรอ ผมพูดเล่นน่ะ”  อิฐพูดปดหน้าตาเฉย..ไม่ได้ เราต้องใช้เล่ห์กลให้เธอไปด้วยให้ได้

“บ้า..”  นุชชาพรหน้าชา “ล้อเล่นเหรอ สนุกมากล่ะซิ”

“ไม่สนุกหรอก ครั้งแรกผมชวนจริงๆนะ แต่พอคุณไม่ไปผมก็ไม่บังคับ คนอย่างผมไม่เคยชวนใครสองครั้ง..” อิฐว่าเข้าไปนั่น เขากำลังใช้จิตวิทยา(ฉบับแต่งเอง)เข้าล่อ

“บอกแล้วไงว่า ที่ชวนคุณน่ะเพราะรู้ว่าคุณเอาใจใส่ผม รู้เรื่องราวของผมดี๊ดี..ก็เลยอยากชวนไปฉลองขอบคุณ แต่เมื่อคุณไม่ไปก็โอเค..”

“ฉันไม่ได้เอาใจใส่เรื่องของนายสักหน่อย นายอย่ามาหาเรื่อง” นุชชาพรเถียงกลับทันควัน หน้าออกจะร้อนๆเมื่อได้ยินเขาบอกว่าเธอเอาใจใส่และรู้เรื่องราวของเขาดี

“ผมไม่ได้หาเรื่อง นี่คุณเลิกเถียงได้แล้ว ผมมีเรื่องจะปรึกษาจริงๆ”

เมื่อได้ยินเสียงขึงขังเอาจริงเอาจังของเขานุชชาพรก็เลยอดให้ความสนใจไม่ได้

“ปรึกษาเรื่องอะไร”

“เรื่องบ้านตรงข้ามกับผม นี่คุณไม่เคยสังเกตุจริงเหรอว่ามันมีอะไรปลาดๆอยู่ คนเข้าออกหน้าไม่ซ้ำกันมั่ง มีเสียงร้องให้ช่วยแปลกๆแว่วมาบ้าง”

“อะไรนะ เสียงร้องให้ช่วย..ไม่..ม่ะ..ไม่เคยได้ยิน”

อิฐยิ้มออก นั่นไง หล่อนสนใจ มีหรือคนชอบยุ่งกับชาวบ้านจะไม่สนใจเรื่องที่เขาพูดถึง

“ฮื่อ..ผมได้ยิน เมื่อสักครู่ก็ได้ยิน พอได้ยินปุ๊ป ก็รีบไปหยิบกล้องมาส่องไปทางนั้น บังเอิ๊ญ บังเอิญ เห็นผู้ชายสวมหมวกใบลานเดินออกมาจากบ้านนั้นตรงมาที่บ้านคุณพอดี ก็เลยรีบให้ป้าล้อมแกโทรมาเตือน”

นุชชาพรชักตกใจ รีบซักเขาทันทีว่า

“คนที่มากดกริ่งมาจากบ้านตรงข้ามกับนายเหรอ..ต๊าย..ขอบใจนะที่โทรมาเตือน”

“ไม่เป็นไร แหม..เราเพื่อนบ้านกัน คุณเอาใจใส่ผม ผมก็ต้องเอาใจใส่คุณ ไง..พอจะเป็นมิตรกันได้บ้างหรือยัง น่า..เลิกเป็นศัตรูกับผมดีกว่า ระวังเถอะ อยู่บ้านคนเดียว ไม่มีมิตรไม่มีใครช่วยนะ”

“เอ้อ..” นุชชาพรยังไม่อยากญาติดีกับเขานัก แต่ครั้นจะทำฤทธิใส่เขาอีกคงจะโง่ไปหน่อยตอนนี้

“ที่จริงผมมีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือด้วยซ้ำ อยากเล่นบทผู้ช่วยนักสืบไหม ผมเคยเห็นผู้หญิงที่ส่งเสียงร้องให้ช่วยครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเด็กผู้หญิงคนนั้นวิ่งตรงจะออกมานอกบ้าน แต่มีคนจับกลับเข้าไปในบ้านเสียก่อน”

“จริงเหรอ..ที่จริงฉันก็เคยสังเกตุเหมือนกันนะ มีอยู่ทีฉันออกมายืนรดน้ำต้นไม้ข้างรั้ว ฉันเห็นใครก็ไม่รู้พยายามเปิดหน้าต่างชั้นบนออกมา แล้วได้ยินเสียงผู้หญิงตวาดให้ปิดหน้าต่างเดี๋ยวนี้ ฉันจำได้ว่าได้ยินเสียงกรี๊ดร้อง”

นุชชาพรจำได้ดีวันนั้นเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว คุณพ่อซื้อกับข้าวมาให้พี่กุ้งนางไปอุ่นอาหารและสั้งให้เธอออกมารดน้ำเพราะคุณพ่อบอกวันนี้เหนื่อยจะขึ้นไปอาบน้ำเลย ปกติหลังจากกลับมาจากทำงานคุณพ่อของเธอมักจะมารดน้ำและออกกำลังกายนิดหน่อยก่อนไปอาบน้ำและรับประทานอาหารเย็น

ขณะที่เธอรดน้ำ สายตาเธอก็มองไปบ้านที่อยู่เยื้่องอีกฝั่งกับเธอใจก็คิดอยู่ว่าไอ้บ้านนี้ต่อให้ตัดหญ้าออกไปบ้างแล้วก็ตาม ดูยังรกอยู่ต้นไม้ดอกไม้ก็ไม่เห็นมีใครสนใจออกมารดน้ำ ไม่เหมือนตอนที่ลุงเฝ้าบ้านคนเก่าอยู่ คิดอยู่เพลินๆเธอก็เหลือบไปเห็นหน้าต่างชั้นบนของบ้านเปิดออก มีหน้าของคนๆหนึ่งชะโงกออกมาและมองมาที่เธอพอดี เธอเห็นคนนั้นยกมือเสมือนเรียกมาทางเธอ แต่ชั่ววูบก็ได้ยินเสียงตวาดดังลั่นว่า “ปิดหน้าต่าง” และหน้าต่างบานนั้นก็โดนกระแทกปิดอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับเสียงร้องกรี๊ด นุชชาพรตกใจเลิกรดน้ำกลับเข้าบ้านไปเล่าให้คุณพ่อฟัง

“อย่าไปสนใจเรื่องของบ้านอื่นเขาเลย เด็กบ้านนั้นคงจะซน เขาคงกลัวปีนหน้าต่างตกลงมากระมัง”

เหตุผลของคุณพ่อฟังขึ้นนุชชาพรก็เลยไม่ได้สนใจต่อ จนกระทั่งอิฐมาพูดถึงทำให้เธอหันกลับมาสนใจเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง


อิฐเล่าให้นุชชาพรฟังว่าเขาสงสัยว่าบ้านนั้นจะต้องมีเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลแน่ เขาเล่าถึงเหตุการณ์ที่สมเพียรคนรับใช้ไปพบในวันที่พวกนั้นย้ายเข้ามาอยู่ในวันแรก และที่เขาเห็นและจบเรื่องด้วยคำพูดว่า

“ไปสืบกันไหม”

“ฮ้า..อะไรนะนายก้อนอิฐ”   เสียงอุทานและคำเรียกชื่อเขาแสดงว่าหล่อนชักจะไม่เป็นมิตรขึ้นมาอีกแล้ว

“เฮ่ย..อย่าเสียงดังไปซิ เอาอย่างนี้ใหม เราไปวางแผนกันว่าจะเริ่มสืบอย่างไรกันดี”

“ไปวางแผน..ไปวางแผนที่ไหน”

“ที่ผับ..เอ๊ย..ที่โรงพัก” ดีนะที่นุชชาพรไม่ทันได้ยินคำแรกชัด

“ไปโรงพัก บ้าแล้ว ไปบอกตำรวจเหรอ”

“ใช่..เรื่องนี้รอช้าไม่ได้ เธอจำได้ไหมเมื่อวานนี้ตำรวจมาคุยกับฉัน เขาบอกเขาสงสัยบ้านนั้นอยู่ หากมีอะไรคืบหน้าแม้แต่เพียงนิดเดียวก็ให้ไปหาเขาทันที เขาให้นามบัตรฉันไว้ด้วย”

“โทรศัพท์ไปบอกก็ได้นี่”

“ไม่ได้หรอก เราต้องไปให้ปากคำด้วยตัวเองจะมีหลักฐานมากกว่า ทั้งคุณและผมต้องไปด้วยตัวเอง..ไปกันก่อนค่ำนี่แหละ”

นุชชาพรลังเล “ไม่ได้หรอก รอคุณพ่อก่อน นายไปให้ปากคำก่อนซิ ฉันไปกับคุณพ่อเอง”

อ้าว..ตายละซิ อิฐไม่ทันนึกว่าหล่อนจะนำชื่อคุณทรงวิทย์มาอ้าง จริงซิ หล่อนยังเด็กจะออกไปให้การที่โรงพักได้อย่างไร พ่อของหล่อนก็มี

คิดอยู่เพียงประเดี๋ยวเดียวอิฐก็แก้สถานะการณ์จากลบเป็นบวกได้

“ผมจะโทรไปคุยกับคุณอาทรงวิทย์เอง จะบอกด้วยว่าตอนนี้มีคนอยู่หน้าบ้านคุณด้วย แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมจะโทรกลับมา”

ว่าแล้วอิฐก็วางหูโทรศัพท์ เขาลืมคิดกถึงคุณทรงวิทย์ไป คุณทรงวิทย์นี่แหละคือผู้ที่เขาจะขออนุญาตพานุชชาพรออกไปข้างนอกได้


และในที่สุดเขาก็สามารถพานุชชาพรออกไปนอกบ้านได้จริงๆ คุณทรงวิทย์เอ่ยปากอนุญาตให้นุชชาพรไปสถานีตำรวจกับอิฐ พร้อมทั้งกำชับให้อิฐดูแลนุชชาพรให้ดี หลังจากกลับมาจากสถานีตำรวจก็ให้ไปรอเขาอยู่ที่บ้านอิฐเพราะคืนนี้ทรงวิทย์ติดประชุมและงานเลี้ยงกรรมการธนาคาร

“รับรองครับคุณอา ผมจะดูแลหนูไก่แก้วอย่างดี คุณป้าสั่งมาว่าไม่ให้ผมทิ้งน้องและกุ้งนาง นี่ผมก็ตามกุ้งนางอยู่แต่เห็นน้องไก่แก้วเขาบอกกุ้งนางไปกับเพื่อนๆกลับค่ำ”

อิฐโน้มน้าวจนทรงวิทย์นึกว่าที่บ้านมีเหตุการณ์น่าเป็นห่วงจริงๆ ดังนั้นเมื่ออิฐสรุปว่า

“คุณอาครับ หากว่าเราให้ปากคำตำรวจเลยเวลาอาหารเย็นไปแล้ว ผมขออนุญาตพาน้องไปทานข้าวนะครับ ผมจะโทรไปตามกุ้งนางกับเพื่อนๆให้ตามไปร้านอาหารด้วย คุณอาก็ทราบกุ้งนางและเพื่อนๆก็เป็นเพื่อนผมด้วย”

ทรงวิทย์เอ่ยปากอนุญาตเพราะไม่อยากให้ลูกๆอยู่บ้านกันเอง ดังนั้นแผนการจะนำตัวนุชชาพรออกจากบ้านไปกับเขาก็สำเร็จเสร็จสิ้น อิฐจะพาหล่อนไปโรงพักเพื่อไปแจ้งเรื่องที่เขาสงสัยตามที่บอกนุชชาพรและทรงวิทย์จริงๆเพราะเขาเชื่อแล้วว่าบ้านหลังนั้นต้องมีเรื่องไม่ถูกต้องซ่อนอยู่ ส่วนเรื่องจะพานุชชาพรออกไปผับกับเขานั้น เขาไม่ถือว่าเขาปดคุณทรงวิทย์ก็เขาจะพาหล่อนไปดินเนอร์จริงๆ เขาไม่ได้บอกคุณทรงวิทย์เท่านั้นแหละว่าสถานที่จะพาไปนั้นเป็นที่ใด ก็ผับเขาก็ขายอาหารเย็นนี่นา

ส่วนเรื่องจะโทรไปตามกุ้งนางหรือกนกรัตนานั้นอิฐกะว่าเขาจะโทรไปชวนแน่อย่างน้อยนุชชาพรก็จะได้ไม่โกรธเขาว่าเขาหลอกไปเที่ยว ลึกๆลงไปแล้วเขารู้สึกเหมือนกันว่าเขาออกจะเจ้าเล่ห์ไปหน่อย

หากนุชชาพรรู้ว่าไอ้เจ้าคนแปลกหน้าที่ไปกดกระดิ่งบ้านเธอนั้นคือไอ้ก๋อยเพื่อนที่ตลาดหน้าหมู่บ้านที่เขาไปเตะฟุตบอลด้วยเธอคงจะอาละวาดเขาไปอีกนาน  

อิฐไม่ได้คิดว่าเรื่องที่เขาต้องการพานุชชาพรออกไปเที่ยวตามที่เขาได้คุยอวดไว้กับเพื่อนว่าจะพาสาวมาดทอมไปฉลองด้วยนั้น กับเรื่องที่เขานำมาผูกเป็นตุเป็นตะกับความลึกลับของบ้านตรงข้ามจะกลายเป็นเรื่องที่ทำให้เขาและนุชชาพรต้องเสี่ยงกับอันตรายภายในเวลาต่อไป.... 

อ่าน "ถึงนายก้อนอิฐข้างบ้าน"  ตอนที่ 1 - 4

  • sapparos.com

Design by Za studio
Joomla templates by Joomlashine